ข่าว
icon BTC

Arthur Hayes: Bitcoin จะแตะ 1 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อิทธิพลของ Saylor เริ่มจางหาย

ผู้เขียน : AI Generated06 ต.ค. 69อ่าน : 0Bitcoin.comBitcoin.com
AI Generated
06 ต.ค. 69อ่าน : 0Bitcoin.com
Arthur Hayes: Bitcoin จะแตะ 1 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อิทธิพลของ Saylor เริ่มจางหาย

Arthur Hayes ชี้สัญญาณตัวขับเคลื่อนราคา Bitcoin เริ่มเปลี่ยนไป

Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX และประธาน Maelstrom เพิ่งเปิดใจสัมภาษณ์ 30 นาทีกับ Crypto Wendy O โฮสต์สายคริปโต เขาได้แบ่งปันมุมมองสุดกล้าเกี่ยวกับทิศทางของ Bitcoin และใครกันแน่ที่เป็นผู้กุมพวงมาลัยในตลาดตอนนี้

ระหว่างการพูดคุย Hayes มองว่า Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารของ MicroStrategy ไม่ได้ส่งผลต่อราคาคริปโตเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว แต่เขาเชื่อว่ากองทุนสถาบันจากวอลสตรีทอย่าง Spot Bitcoin ETF ต่างหากที่เป็นตัวขับเคลื่อนตลาดในปัจจุบัน

เมื่อถูกถามตรงๆ ว่า Bitcoin จะมีโอกาสแตะ 1,000,000 ดอลลาร์หรือไม่ Hayes ตอบสั้นๆ คำเดียวว่า "ใช่" อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ให้กรอบเวลาที่ชัดเจนหรือโมเดลทางสถิติที่รายละเอียดสำหรับการคาดการณ์นี้

ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2026 Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $85,300 ซึ่งต่ำกว่าราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $126,199 เมื่อหนึ่งปีก่อนหน้าอยู่ราว 32% การจะไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ต้องพุ่งขึ้นถึง 11.7 เท่าจากระดับปัจจุบัน (ผลตอบแทนในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นสิ่งการันตีผลตอบแทนในอนาคต คุณสามารถติดตามราคาสินทรัพย์ดิจิทัลแบบเรียลไทม์ได้ที่ bitkub.com/th/market/BTC)

ทำไม MicroStrategy ถึงไม่ได้เป็นผู้คุมทิศทางตลาดอีกต่อไป

เป็นเวลาหลายปีที่นักลงทุนสถาบันซึ่งต้องการลงทุนใน Bitcoin ผ่านบัญชีโบรกเกอร์หรือบัญชีเกษียณทั่วไปมีทางเลือกตรงน้อยมาก การซื้อคริปโตแบบ Spot มักติดกฎระเบียบข้อบังคับ แถม Bitcoin Spot ETF ก็ยังไม่เกิด

ในตอนนั้น การซื้อหุ้น MicroStrategy จึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ในการรับผลตอบแทนทางอ้อมจาก Bitcoin แต่ตามมุมมองของ Hayes ภาพนั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงแล้วเมื่อมี Spot Bitcoin ETF แพร่หลาย

"ผมคิดว่าช่วงเวลาโดดเด่นของ Michael Saylor ผ่านไปแล้ว" Hayes อธิบายในการสัมภาษณ์ "หลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนสถาบันหรือคนที่มีบัญชีเกษียณแทบไม่มีทางเลือกที่สะดวกเลย หุ้นของ Strategy จึงเป็นทางเดียวที่คุณจะได้รับผลตอบแทนจาก Bitcoin ได้ หลายคนซื้อ Spot ไม่ได้ และตอนนั้นก็ยังไม่มีกองทุน ETF"

Hayes ตั้งคำถามว่า ทำไมนักลงทุนยังต้องพึ่งพาการจัดการทางการเงินของบริษัท ในเมื่อสามารถเข้าถึง ETF ได้โดยตรงแล้ว

"พอคุณมีผลิตภัณฑ์อื่นเยอะแยะและมีวิธีเข้าถึงคริปโตตั้งหลายทาง แล้วทำไมต้องไปเทรดหุ้นแปลกๆ พวกนี้ด้วย?" Hayes ถาม โดยอ้างถึงการออกหุ้นบุริสิทธิ์และการคำนวณส่วนต่างราคาที่ซับซ้อน "มันก็แค่เกมการเงินของบริษัทเท่านั้นแหละ"

แม้จะยอมรับในวิสัยทัศน์ช่วงแรกของ Saylor โดยเรียกเขาว่า "อัจฉริยะ" แต่ Hayes ก็ชี้ให้เห็นว่ากลยุทธ์นี้ต้องอาศัยกระแสผู้ซื้อที่ต่อเนื่องและไม่มีทางเลือกอื่น

เจาะลึกแท็กติกการบริหารคลังของ MicroStrategy และเงินไหลเข้า ETF

อีกข้อวิจารณ์ที่แหลมคมจาก Hayes พุ่งเป้าไปที่วิธีที่ MicroStrategy จัดการโครงสร้างเงินทุน เขาข้อสังเกตว่าเมื่อมูลค่าตลาดของบริษัทสูงกว่ามูลค่า Bitcoin ที่ถืออยู่ หรือที่เรียกว่า Multiple to Net Asset Value (mNAV) บริษัทก็จะออกหุ้นเพิ่มเพื่อนำไปซื้อคริปโตเพิ่ม

"เรารู้อยู่แล้วว่าเขาจะขาย ถูกไหม? เรารู้ว่าเมื่อ mNAV สูงกว่า 1 เขาจะออกหุ้นใหม่"

ข้อมูลที่เปิดเผยต่อหน่วยงานกำกับดูแลก็เป็นไปในทิศทางนั้น โดย MicroStrategy ได้เปิดเผยโครงการ BTCBTC+0.44% Monetization Program เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ซึ่งเปิดทางให้บริษัทขาย Bitcoin เพื่อระดมทุนได้สูงสุด 1.25 พันล้านดอลลาร์สำหรับสำรองเงิน USD แม้ว่าวงเงินทั้งหมดนั้นยังไม่ได้ถูกใช้ไปจนถึงวันที่ 5 กรกฎาคม

ในรายงานประจำสัปดาห์ล่าสุด MicroStrategy รายงานว่าขายหุ้นมูลค่า 15.7 ล้านดอลลาร์เพื่อระดมทุนซื้อ 334 BTC ในขณะที่คลังของบริษัทอื่นเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป เช่น Metaplanet ขาย 10,000 BTC ในไตรมาสที่สาม เพื่อพิสูจน์ว่าคลังของบริษัทมีความมั่งคั่งและมีสภาพคล่อง

ด้วยกลไกการเงินองค์กรที่ซับซ้อนเหล่านี้ Hayes จึงเลือกที่จะจับตาดูเงินไหลเข้าออกของ Spot ETF รายวัน มากกว่าดูยอดซื้อขายหุ้นของบริษัท

เมื่อเร็วๆ นี้ Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐฯ มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิถึง 241 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว สำหรับ Hayes แล้ว เงินไหลเข้าตรงจากสถาบันเหล่านี้คือแรงซื้อที่แท้จริงในตลาดปัจจุบัน

เขาเสริมว่า Saylor อาจจะต้องสร้าง "วิดีโอจาก AI มากขึ้นเพื่อให้ตัวเองยังได้รับความสนใจ" เพราะการประกาศซื้อสะสมของบริษัทไม่ได้มีน้ำหนักเหมือนเดิมอีกแล้ว เขาอธิบายสไตล์การตลาดของ Saylor ว่าเป็น "การเล่ห์เหลี่ยม" และการแสดงละครโชว์แบบ "P.T. Barnum" เพื่อดึงดูดนักลงทุนวอลสตรีท ซึ่งเป็นประเด็นที่เขาเคยยกขึ้นมาพูดตั้งแต่เดือนพฤษภาคมตอนที่เตือนผู้ถือเหรียญว่าอย่ามองว่าบริษัทที่กว้านซื้อเป็นตาข่ายรองรับราคา

วิเคราะห์การคาดการณ์ Bitcoin แตะ 1 ล้านดอลลาร์

เมื่อ Crypto Wendy O ถามว่าในที่สุด Bitcoin จะไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ไหม Hayes ตอบรับอย่างกระตือรือร้น อย่างไรก็ตาม การประเมินเป้าหมายที่ใหญ่ขนาดนั้นจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยมหภาคและความเสี่ยงของตลาดที่อาจเกิดขึ้น

การวิเคราะห์ฉากทัศน์และการสันนิษฐานตลาด:

  • ข้อสันนิษฐานกรณีตลาดขาขึ้น (Bullish): หากธนาคารกลางกลับมาขยายนโยบายการเงินอย่างรุนแรง อัตราเงินเฟ้อของเงินฟิแอตเร่งตัวขึ้น และ Spot Bitcoin ETF ทั่วโลกยังมีเงินไหลเข้าอย่างสม่ำเสมอนับพันล้านดอลลาร์ ในทางทฤษฎี Bitcoin ก็อาจขยับเข้าหาเป้าหมายระดับสูงในระยะยาวตามรอบวัฏจักรตลาดได้
  • ฉากทัศน์กรณีตลาดขาลง/ความเสี่ยง (Bearish): ในทางกลับกัน หากอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังคงสูง กฎระเบียบเข้มงวดขึ้น หรือเงินทุนไหลออกจาก ETF อย่างรุนแรง ราคา Bitcoin ก็อาจเผชิญกับการปรับฐานลงอย่างหนักหรือซบเซาเป็นเวลานาน แทนที่จะไปถึงเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้
  • ฉากทัศน์กรณีเป็นกลาง (Neutral): การยอมรับในตลาดอาจดำเนินไปในระดับปานกลาง โดยราคาผันผวนอยู่ในกรอบความผันผวนตามสถิติในอดีต โดยไม่มีการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

นักลงทุนควรระลึกไว้เสมอว่า การคาดการณ์ราคาระยะยาวขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางมหภาคและนโยบายที่ซับซ้อน ซึ่งไม่สามารถรับประกันได้

มีมคอยน์, แชร์ลูกโซ่ในตลาดการเงินดั้งเดิม และฟองสบู่ AI

นอกจากเรื่อง Bitcoin และ MicroStrategy แล้ว Hayes ยังได้แบ่งปันมุมมองที่ดุเด็ดเผ็ดร้อนเกี่ยวกับมุมอื่นๆ ของตลาดการเงินด้วย

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อยในมีมคอยน์ยอดนิยม Hayes เตือนว่านักเทรดมีมคอยน์กว่า "99.99%" จะยังคงขาดทุน เนื่องจากความผันผวนที่สูงมากและการขาดประโยชน์การใช้งานจริง

ขณะเดียวกัน เขาก็แสดงความกังขาอย่างลึกซึ้งต่อตลาดหุ้นดั้งเดิม โดยอธิบายว่าตลาดหุ้นคือแชร์ลูกโซ่เชิงโครงสร้างที่ใหญ่กว่าคริปโตเสียอีก

Hayes ยังพูดถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยอธิบายว่ากระแส AI ในปัจจุบันเป็นฟองสบู่เก็งกำไรที่ปฏิเสธไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เขาให้มุมมองระดับมหภาคที่น่าสนใจว่า เมื่อฟองสบู่ AI แตกในที่สุด มันอาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางต้องอุ้มตลาดด้วยเงินหลายล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะส่งสภาพคล่องมหาศาลเข้าสู่ระบบการเงิน และท้ายที่สุดก็จะส่งผลดีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่าง Bitcoin

สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อนักลงทุนคริปโต

ความคิดเห็นของ Arthur Hayes ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการสำคัญในกลไกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลปัจจุบัน และนี่คือประเด็นสำคัญสำหรับผู้ร่วมตลาด:

  1. ETF เป็นตัวขับเคลื่อนสภาพคล่องตลาด: Spot ETF จากวอลสตรีทสร้างสะพานตรงสู่ Bitcoin ช่วยลดการพึ่งพาตัวแทนทางอ้อมอย่างหุ้นของบริษัทต่างๆ
  2. การเคลื่อนไหวของบริษัทมีผลน้อยลง: แม้การกว้านซื้อเพื่อเก็บในคลังของบริษัทเคยเป็นข่าวใหญ่ในรอบก่อนๆ แต่สภาพคล่องระดับมหภาคและเงินไหลเข้า ETF กลายเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของราคามากกว่ามากในปัจจุบัน
  3. การบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งจำเป็น: พื้นที่เสี่ยงสูงอย่างมีมคอยน์มีความเสี่ยงขาดทุนรุนแรง และสินทรัพย์หลักอย่าง Bitcoin ก็มีความผันผวนตามรอบวัฏจักรอย่างหนักเช่นกัน ควรประเมินปัจจัยความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ
แหล่งอ้างอิง:Bitcoin.comBitcoin.com
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BTCicon ETHicon SOL+2

คำมั่นสัญญาเรื่องอิหร่านของทรัมป์ช่วยให้ตลาดผ่อนคลาย ขณะที่ Bitcoin ยังยืนเหนือ $82K

ราคา Bitcoin เริ่มทรงตัวใกล้ระดับ $82,600 หลังถ้อยแถลงทางการเมืองช่วยลดความกังวลเรื่องการทหาร ส่งผลให้แรงกดดันในตลาดคริปโตและตลาดหุ้นผ่อนคลายลง

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETHicon SOL|
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon ETH

นักลงทุน Bitcoin ETF แห่ถอนเงิน $729M หลังราคาแตะจุดเท่าทุน

Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญเงินทุนไหลออกสูงถึง 729 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียง 2 วัน หลังราคา Bitcoin พุ่งแตะต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนที่ประมาณ 81,722 ดอลลาร์

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETH|
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon ETHicon HYPE

ยอดล้างพอร์ตคริปโตพุ่งทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์: หมายความอย่างไรต่อ Bitcoin

ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการล้างพอร์ตคริปโตไปมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ มาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุของการร่วงครั้งใหญ่นี้ และมีอะไรที่ต้องจับตาต่อสำหรับ Bitcoin

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETHicon HYPE|
09 ต.ค. 69 | AI Generated